*ข่าวอันนี้นานแล้วนะคะ แต่อยากให้ผู้ที่เข้ามาชมบลอกของร้อตติ้งได้อ่านเป็นความรู้ค่ะ*
นักดาราศาสตร์ประสบความสำเร็จอีกครั้งกับการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอีกสองดวง และครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อดาวเคราะห์ทั้งดวงนี้มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาคือมีขนาดเท่าดาวเนปจูน ซึ่งนำความหวังมาสู่นักดาราศาสตร์ว่ามีดาวเคราะห์ขนาดโลกรอการค้นพบอยู่
นับตั้งแต่ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบ(Extrasolar Planets)ดวงแรกที่ดาว 51 Pegasi ในกลุ่มดาว Pegasus โดย มิเชล เมเยอร์ และดิดิเออร์ คิวลอซ สองนักดาราศาสตร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี1995จวบจนถึงปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วกว่า130 ดวง ทว่าเกือบทั้งหมดเป็นดาวก๊าซยักษ์ คล้ายดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ มีมวลมากกว่าโลกในระหว่าง 100-300 เท่า แต่ดาวเคราะห์ที่ค้นพบครั้งล่าสุดนี้มีมวลมากกว่าโลกในระหว่าง 14-21 เท่า เท่านั้น
ดาวเคราะห์ดวงแรกถูกค้นพบที่ดาวแคระแดงชั้น M Class ชื่อ Gliese 436 โดยทีมนักดาราศาสตร์นำโดยคู่หูนักล่าดาวเคราะห์ พอล บัตเลอร์ จากสถาบันคาร์เนกี้และ เจฟ มาร์ซี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์ เบิร์กเลย์ ดาวเคราะห์ดวงนี้มีมวลมากกว่าโลกราว 21 เท่า หรือเท่ากับขนาด 1.2 ของดาวเนปจูน อยู่ห่างจากดาวแม่ที่ระยะทาง 4.1 ล้านไมล์ และโคจรรอบดาวแม่สองวันครึ่ง
ดาวแคระแดง Gliese 436 อยู่ไกลจากโลก 33 ปีแสง เป็น 1 ใน 150 ดาวแคระแดงเป้าหมายการสำรวจของ บัตเลอร์และมาร์ซี Gliese 436 มีมวลราว 2 ใน 5 และมีความสว่างเพียง 2 เปอร์เซนต์ของดวงอาทิตย์ บัตเลอร์และมาร์ซี ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Spectroscopic หรือ Radial Velocity ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาตรวจจับ เทคนิคนี้เป็นวิธีการค้นหาดาวเคราะห์โดยทางอ้อม เพราะไม่สามารถมองเห็นดาวเคราะห์ได้โดยตรง นักดาราศาสตร์จะใช้สเปคโทรมิเตอร์ วัดการเปลี่ยนแปลงของแสงดาวแม่จากแถบสเปคตรัม ซึ่งเกิดจากดาวแม่ส่ายในลักษณะเดินหน้าและถอยหลัง อันเกิดจากแรงดึงดูดของดาวเคราะห์ที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Wobble
**ติดตามกันอ่านต่อในครั้งต่อไปนะคะ**