บรรยากาศ
บรรยากาศ เป็นส่วนที่ห่อหุ้มพื้นผิวของดวงดาว มนุษย์เรานั้นนับว่าอาศัยอยู่ ณ ก้นบึ้งของห้วงมหาสมุทรแห่งอากาศ อันเป็นสิ่งที่เราหายใจเข้าไปอยู่ตลอดเวลาเพื่อยังชีวิต เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆทั้งหลายบนโลกเรานี้ บรรยากาศเป็นปัจจัยสำคัญอันยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิต ดุจดังปลาที่จะไม่รอดหากพ้นน้ำ มนุษย์เราก็จะขาดใจตายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ไม่ได้รับอากาศหายใจ บรรยากาศที่บนผิวนอกของพื้นดาว เป็นสิ่งที่ชี้บอกได้ว่า ชีวิตจะดำรงอยู่ได้หรือไม่บนพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนั้น เพราะนอกจากเป็นปัจจัยยังชีพที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนพื้นผิวแล้ว บรรยากาศ ยังช่วยกรองซับรังสีจากดวงอาทิตย์ ในส่วนที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิตให้เราด้วย
ถ้าโลกไร้บรรยากาศ เราก็จะไม่มี ทะเลสาบ หรือมหาสมุทร และก็คงไร้สรรพเสียงสำเนียงใดๆ ทั้งไร้เมฆ ไร้สีสันอันตระการยามตะวันตกดิน พื้นโลกจะร้อนรนจนไม่มีใครทนไหว ยามค่ำคืนอุณหภูมิก็จะลดลงให้หนาวเย็นยะเยือกจนเราทนไม่ได้เช่นกัน
บรรยากาศ เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาในกระบวนการวิวัฒนาของดวงดาว ก๊าซต่างๆและไอน้ำในบรรยากาศ ต่างมาจากวัตถุที่เป็นส่วนประกอบของดาวดวงนั้นเอง อาจกล่าวได้ว่า บรรยากาศของดาวเคราะห์ เกิดมาจากสาเหตุต่างๆกัน ๓ ประการ คือ
๑. จากเนื้อหินภายใต้เปลือกของดาวเคราะห์นั้นเอง ถ้าดาวเคราะห์มีขนาดใหญ่พอ ก็จะมีความร้อนที่หลงเหลือจากการก่อตัวแต่แรกเริ่ม และจากการสลายตัวของธาตุที่มีกัมมันตรังสีตามธรรมชาติ ที่ให้กำเนิดพลังงานความร้อนภายในของเนื้อดาว ยังเป็น หินที่หลอมเหลว ซึ่งทำให้ก๊าซละลายเป็นส่วนผสมอยู่ได้ เมื่อเนื้อดาวภายในที่หลอมเหลว ลอยขึ้นมาใกล้เปลือกผิวดาว ก็ประสบกับแรงกดอัดที่น้อยลง และการลดลงของอุณหภูมิ ทำให้ส่วนประกอบที่ไวต่อการแปรสภาพ(volatile) ของเนื้อดาวภายในที่เย็นตัวลง กลายเป็นไอหรือก๊าซ แยกตัวผุดขึ้นมาเหนือพื้นผิวของดวงดาว เช่น ออกมากับการระเบิดภูเขาไฟ หรือน้ำพุร้อน เป็นก๊าซไหลถ่ายเทขึ้นไปกลายเป็นบรรยากาศห่อหุ้มดวงดาวนั้น และคงอยู่ได้ด้วยแรงดึงดูดของดาว ที่พอจะยึดอากาศนั้นติดพื้นไว้ได้ชั่วขณะ บางส่วนก็หลุดหนีหายไปในอวกาศในที่สุด แต่หากดาวดวงนั้น ยังมีกลไกที่สร้างเสริม และส่งไอสารขึ้นมาอย่างต่อเนื่องกันแล้ว ดาวดวงนั้น ก็สามารถรักษาบรรยากาศให้คงอยู่ได้
๒. จากการระเหยของส่วนประกอบพื้นผิวที่เป็นของเหลว หรือจากการระเหิดของของแข็งที่พื้นผิว กลายเป็นก๊าซขึ้นไปเป็นบรรยากาศเหนือพื้นผิวโดยตรง
๓. ที่มาจากส่วนประกอบของพื้นผิวดาว แยกตัวด้วยแรงปะทะของลมสุริยะ ให้ถูกโยนสาดขึ้นมาเป็นบรรยากาศ แม้จะมีจำนวนน้อยมากเพราะแรงกดดันของลมสุริยะนั้นนับว่าอ่อนมาก แต่ในดาวที่ไม่มีสารอื่นเหนือพื้นเลย นี่ก็เป็นส่วนเดียวที่นับได้ว่าเป็นบรรยากาศของดาวนั้น เช่นบนดวงจันทร์ จะมีไอโซเดียมและก๊าซฮีเลียมจำนวนเบาบางมากจนแทบจะวัดไม่ได้ แต่ก็มาจากดินและหินที่ได้ทำปฏิกิริยากับรังสีจากดวงอาทิตย์ ขึ้นมาลอยตัวเหนือพื้นผิวอยู่บ้าง
(ภาพถ่ายโดยยานอวกาศ LEO ขณะกำลังโคจรรอบโลก แสดงให้เห็นบรรยากาศที่เป็นสีฟ้าขุ่นๆบางๆ เหนือพื้นโลกนิดเดียวเท่านั้น)
ร้อตติ้งนำมาจาก www.vcharkarn.com ขอบขอบคุณสำหรับบทความค่ะ
แต่พวกเราก็ทำลายมันไปเยอะแล้วเหมือนกัน...
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ ๆ ค่ะ
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ
ดีใจด้วยนะคะ ที่ตกเรียบร้อยสวยงามดีเชียวค่ะ...จริงๆ แล้วตัวเลขมันเปลียนจำนวนของหิมะได้นะคะ...ตรงเลข 40 น่ะค่ะ...เป็นจำนวนของมันค่ะ...
สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ...
หิมะสวยดีค่ะ...
เสียดายเจอบล็อกนี้ช้าไปหน่อย...
ไม่งั้นเอาไปทำรายงานได้เลยนะเนี่ย
อนาคตโลกเราอาจกลายเป็นแบบ The day after tomorrow ก็ได้ค่ะ
เราโชคดีเนอะ