2006/Apr/16

จากหลักฐานต่างๆ เช่น ตัวอย่างน้ำแข็งที่ขุดเจาะขึ้นมาจากธารน้ำแข็งลึกๆ หินจากใต้พื้นโลก หรือฟอสซิลของบักเตรี ฯลฯ ชั้นดินชั้นหินต่างๆ ที่มีฟองอากาศยุคดึกดำบรรพ์ขังอยู่เป็นฟองเล็กให้เรานำมาวิเคราะห์อายุและส่วนประกอบได้ ต่างชี้พ้องต้องกันว่า บรรยากาศของโลกเราเมื่อเริ่มเกิดขึ้นใหม่ๆหลายพันล้านปีก่อนนี้ มีส่วนประกอบแตกต่างจากยุคปัจจุบันอย่างมากมาย

บนโลกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาแต่เดิมทีนั้น บรรยากาศที่เกิดมาพร้อมกับโลก คงประกอบด้วย ไฮโดรเจน และ ฮีเลียม และสารประกอบของไฮโดรเจน คือ มีเธน(CH4) และ แอมโมเนีย (NH3) เชื่อกันว่าก๊าซในบรรยากาศปฐมภูมิเหล่านี้ คงถูกกระหน่ำซัดสูญหายไปในอวกาศ โดย
พายุสุริยะแต่แรกเริ่มอันหนักหน่วงรุนแรง ต่อมาเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลย์ในวัยวิถีหลัก(Main-sequence)แล้ว พายุสุริยะก็ลดความรุนแรงลง บรรยากาศที่เกิดต่อมาหลังจากนั้น จึงยังคงดำรงอยู่ได้

(ภาพวาด แสดงกลไกวิวัฒนาการของก๊าซอ๊อกซิเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดสิ่งมีชีวิต ในบรรยากาศโลกตั้งแต่ยุคปฐมภูมิเป็นต้นมา ก๊าซเหล่านี้ ออกมาจากภายในของโลก โดยถูกนำพาขึ้นมาด้วยการระเบิดของภูเขาไฟเป็นส่วนใหญ่ และพืชสีเขียวสร้าง อ๊อกซิเจน เป็นส่วนประกอบของบรรยากาศ ในภายหลัง แล้วอ๊อกซิเจนในบรรยากาศ จึงทำให้เกิดก๊าซโอโซนขึ้น ภาพโดยศูนย์นาซ่าก๊อดดาร์ด)

จากนั้นจึงเริ่มการก่อตัวของ บรรยากาศโลกยุคทุติยภูมิที่กลายมาเป็นบรรยากาศในปัจจุบัน ผิวโลกที่เริ่มเย็นตัวลง ก็มีก๊าซต่างๆ เริ่มผุดออกมาจากใต้พื้นผิวของโลก เช่น จากรอยแตกแยกที่เปลือกโลก และในภายหลังก็ออกมาจากเมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในยุคนั้น ก็มีภูเขาไฟระเบิดเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลามากกว่าในปัจจุบันเป็นอันมาก

การคายก๊าซจากเปลือกโลกเช่นนี้ ก็ยังดำเนินต่อมาจนถึงในปัจจุบัน เพราะโลกของเราก็ยังร้อนและหลอมเหลวอยู่ภายใน และยังเย็นตัวลงอยู่เรื่อยๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ เรายังมีภูเขาไฟระเบิดอยู่เรื่อยๆ จากแมกม่าที่ลอยตัวขึ้นมาใกล้เปลือกโลก ได้รับแรงกดดันน้อยลง และอุณหภูมิก็ลดลงด้วยในขณะเดียวกัน จึงคายก๊าซออกมา ก๊าซที่ถูกคายออกก็สะสมเพิ่มแรงอัดขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อปะทุออกมาเป็นการระเบิดของภูเขาไฟที่เราได้เป็นประจักษพยาน ทั้งในอดีตและปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา

ในยุคแรกๆที่โลกเพิ่งจะเย็นตัวลงนั้น ใน บรรยากาศทุติยภูมิ ที่มาจากการคายก๊าซของเปลือกโลกของเรา ประกอบด้วยไอน้ำเป็นส่วนใหญ่(ประมาณ ๘๐ %) ในตอนที่โลกของเรายังร้อนอยู่มาก น้ำก็อยู่ในสภาพที่เป็นไอในบรรยากาศที่ยังร้อนจัดอยู่ เมื่ออุณหภูมิในบรรยากาศลดลงต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำ ไอน้ำในบรรยากาศก็ควบแน่นกลายเป็นของเหลว เป็นเม็ดฝนที่ตกผ่านบรรยากาศที่ถ่ายเทความร้อนให้เม็ดฝนที่ตกลงมา จนเดือดพล่านกลับกลายเป็นไอ กลับคืนสู่ยังบรรยากาศไปอีก ไม่มีเหลือรอดตกลงถึงพื้นเลย แต่บรรยากาศก็สูญเสียความร้อนไปให้หยดน้ำกลับกลายสถานะเป็นไอ ไปทีละน้อยๆเช่นนี้

ในขณะเดียวกับที่บรรยากาศค่อยเย็นตัวลง เปลือกโลกก็สูญความร้อนลงไปเรื่อยๆด้วย เพราะมีความร้อนส่วนหนึ่งหลุดหายไปในอวกาศอยู่ตลอดเวลา ไอน้ำที่ควบแน่นเป็นเม็ดฝน จึงสามารถตกลงมาใกล้พื้นเข้าทุกที จนในที่สุดเมื่ออุณหภูมิบนเปลือกโลกลดต่ำกว่าจุดน้ำเดือด เม็ดฝนก็ตกรอดมาถึงพื้นได้ ไอน้ำในบรรยากาศส่วนใหญ่ ก็กลั่นตัวเป็นฝนไหลลงถึงพื้นดิน ไปรวมกันเริ่มกำเนิดเกิดมาเป็นมหาสมุทรเมื่อประมาณ ๓.๓ พันล้านปีมาแล้ว

น้ำฝนที่ตกลงมา ก็ชะก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ จำนวนมาก ละลายลงมาด้วย จากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและกายภาพ ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ จึงถูกล็อคอยู่ในชั้นดินชั้นหินที่เป็นคาร์บอเนต เช่น หินปูน เป็นต้น ในบรรยากาศ จึงเหลือแต่ ก๊าซไนโตรเจนที่ค่อนข้างเสถียรในเชิงเคมี เป็นส่วนประกอบหลัก
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ประทับใจ BG จังรู้สึกเหมือนอยู่ในอวกาศมากๆเลยคะ ถ้าโลกนี้ไม่มีชั้นบรรยากาศ โลกคงแย่อ่า
#1  by  I Still Love U At 2006-04-17 16:32, 
ชอบ blog นี้มากค่ะ ชอบเรื่องแบบนี้ด้วย ^0^ แวะมา blog เราก็ดีนะค๊า
#2  by  Amardu At 2006-04-17 16:49, 
สวัสดีค่ะน้องร๊อตติ้ง...เรื่องของเพลงนั้นสงสัยอาจจะต้องคุยกันยาวซักหน่อยน่ะค่ะ..เพราะพี่คงต้องดูว่าน้องรู้ในระดับไหนแล้ว เพราะมันค่อนข้างที่จะซับซ้อนและต้องใช้ code เพลงด้วย และก็มีแบบที่นำเพลงจากเว็บออนไลน์ที่เค้าให้บริการฟังเพลงอยู่แล้วด้วยก็มีน่ะค่ะ..เอาแบบนี้ได้ไม๊คะ...อยากให้น้องช่วย add Msn พี่เอาไว้แล้วเราคุยกันนะคะ...

ปล. ช่วงกลางวันอาจจะลำบากซักหน่อยเพราะพี่ทำงานด้วยนะคะ...แต่ add เอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ...

เอ...ตอนแรกกะว่าจะลง เมล์เอาไว้แต่เปลี่ยนใจแล้วค่ะ..ให้น้อง add จากเมล์ที่พี่เคยส่งโค๊ดหิมะ ให้แล้วกันนะคะ...เดี๋ยวเผื่อมีหนุ่มๆ แอบมาอ่านบลอคน้องแล้วมาเอาเมล์พี่ไป add พี่ก็อิอิ...หวานเลยน่ะสิ...อุ๊บส์...เผลอพูดอารายออกปายย...แหะๆ

#3  by  Hongfha At 2006-04-17 23:34, 
แม่คิงหยั่ง
#4  by   (203.150.118.254) At 2007-03-03 17:35, 

<< Home


ร้อตติ้ง
View full profile