2006/Jun/13

4 คนที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการมนุษย์อวกาศคนแรกของมาเลย์พร้อมเดินทางไปมอสโกวเพื่อคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศตัวจริง1 เดียว

เอเจนซี

จาก http://www.manager.co.th/Science


- มาเลเซียชาติมุสลิมเล็กๆแต่หัวใจใหญ่ไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลกได้ริเริ่มโครงการนักบินอวกาศคนแรกโดยคัดเลือกชาวเมลเย์ได้แล้ว4 รายและพร้อมเดินทางไปติวเข้มที่มอสโกวเพื่อคัดเลือกเหลือหนึ่งเดียวโดยหวังว่าโครงการอวกาศของตนจะเป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศมุสลิมอื่นๆและฟื้นคืนวันอันรุ่งโรจน์ในด้านวิทยาศาสตร์และการค้นพบของชาวอิสลาม

การตัดสินใจเด็ดขาดของเสือเหลืองในการสร้างชื่อบนเวทีโลกปรากฏให้เห็นมาแล้วจากการสร้างตึกแฝดปิโตรนาส ซึ่ง ณ ห้วงเวลาหนึ่งถือเป็นอาคารสูงระฟ้าที่สุดของโลก มาครั้งนี้ มาเลเซียกำลังตามล่าหาแคนดิเดตที่จะขึ้นไปสำรวจอวกาศกับยานโซยูซของรัสเซีย และประจำการบนสถานีอวากาศนานาชาติในเดือนตุลาคม 2450 โดยมีประชาชนนับหมื่นยื่นใบสมัครกันอย่างคึกคัก

ล่าสุด ผู้สมัครทั้งหมดถูกคัดเลือกเหลือเพียง 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการติวเข้มที่มอสโก ซึ่งมีการฝึกกันทุกอย่างตั้งแต่ภาษารัสเซีย มารยาทบนโต๊ะอาหาร ไปจนถึงกลไกการโคจร การทดสอบมากมายจะเฟ้นจนได้แคนดิเดตที่ดีที่สุด และมนุษย์อวกาศสำรอง ซึ่งจะเข้ารับการฝึกต่อเป็นเวลา 18 เดือนในสตาร์ซิตี้ มอสโก
(Star City, Moscow)

มาซลัน ออตแมน (Mazlan Othman) ผู้อำนวยการสำนักงานอวกาศแห่งชาติ หรืออังคสา (Angkasa) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนุ่มสาวหลากวัฒนธรรมในมาเลเซีย ซึ่งโหยหาความผสมผสานกลมเกลียวในหมู่ชนกลุ่มน้อยชาวมาเลย์ อินเดีย และจีน และกระตุ้นให้เกิดเอกภาพภายในชาติ


สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่แคนดิเดต 3 คนเป็นมุสลิม ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งสารถึงทั่วโลกว่า มุสลิมก็มีส่วนเกี่ยวข้องในวิทยาศาสตร์ล้ำยุคและวิทยาการระดับสูงด้วยเช่นกัน เราหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ชาติมุสลิมอื่นๆ ทั่วโลกตระหนักว่า มีบางสิ่งอยู่นอกโลก เรากำลังพูดถึงวันอันรุ่งโรจน์ของวิทยาการของชาวอิสลาม อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับคืนสู่สิ่งนั้นและรื้อฟื้นยุคทองของเรา ผอ.สำนักงานอวกาศมาเลย์กล่าว

โครงการนี้ริเริ่มขึ้นในปี 2546 เมื่อรัสเซียตกลงส่งคนมาเลเซียขึ้นสู่สถานีอวกาศ อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงซื้อเครื่องบินขับไล่ซูคอย 30-MKM จากแดนหมีขาว

ณ เวลานั้นคือช่วงปลายของการครองอำนาจนานสองทศวรรษของมหาเธร์ โมฮัมหมัด เจ้าของทัศนคติในการ คิดใหญ่ ทำใหญ่ อันนำไปสู่ประโยคที่จับใจชาวเสือเหลืองว่า มาเลเซียทำได้ ("Malaysia Boleh!") ซึ่งมีเป้าหมายที่การส่งเสริมความภาคภูมิใจและความมั่นใจในตัวเองของชาวมาเลเซีย

นอกเหนือจากความพยายามสร้างสถิติอย่างไร้จุดหมายและไร้สาระ เช่น การทำโต๊ะดินเนอร์ใหญ่ที่สุดในโลก และเปาะเปี๊ยะยาวที่สุดในโลกแล้ว มาเลเซียยังสร้างชื่อจากการที่ชาวเสือเหลืองสองคนพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ และอีกคนที่ล่องเรือรอบโลก สำหรับการผจญภัยครั้งล่าสุดนั้น กระตุ้นจินตนาการของประชาชนคนธรรมดาอย่างชะงัด แถมสื่อยังรายงานความคืบหน้าในการสรรหาแคนดิเดตอย่างละเอียดยิบ แฟนคลับบางคนถึงขนาดชวนกันพนันว่า ใครจะเป็นคนมาเลเซียคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ

นอกจากนั้น ยังมีการจัดสัมมนาในกัวลาลัมเปอร์ เพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเช่นว่า มนุษย์อวกาศมุสลิมจะทำละหมาดในอวกาศอย่างไร รู้ได้อย่างไรว่าทิศไหนคือเมกกะ รวมถึงการเตรียมอาหารตามมาตรฐานฮาลาล

อย่างไรก็ดี แม้มีการหารือในขั้นเริ่มต้นเรื่องที่มนุษย์อวกาศมาเลเซียจะสวมชุดบาติกประจำชาติขึ้นสู่อวกาศ และนำอาหารประจำชาติ เช่น เตห์ ตาเระห์ หรือชาชัก และ โรตี คาไน ติดตัวไปด้วย ทว่า การหารือดังกล่าวมีอันตกไป เพื่อเปิดทางสำหรับแนวทางที่เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า

พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านทักษะการสื่อสาร ผู้อำนวยการหญิงของอังคสา กล่าว อีกทั้งแคนดิเดตทั้งสี่ต้องผ่านด่านทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจหลายซับหลายซ้อน รวมถึงการเดินในหนองน้ำ และอยู่ในสวนยางกับงูและ ศพปลอม ตามลำพังตลอดคืน

ฉันนอนบนพื้นเย็นเฉียบราวกับเวลาจะไม่มีที่สิ้นสุด และตอนที่ออกมาจากหนองน้ำนั้น ฉันรู้สึกกลัวจับใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน วานะชา วิศวกรสาวเชื้อสายอินเดีย และเป็นแคนดิเดตคนเดียวที่ไม่ใช่ชนกลุ่มใหญ่เชื้อสายมุสลิมมาเลย์ ยังบอกว่า เชื้อชาติไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการแข่งขัน เพราะสำหรับตัวเธอเองแล้ว คิดเพียงอย่างเดียวว่าเธอเป็นคนมาเลเซีย และว่าโครงการนี้เป็น ความฝันของผู้นำ ของประเทศและของประชาชนของเรา

ส่วนแคนดิเดตคนอื่นๆ ที่ร่วมฝึกซ้อมอยู่ประกอบด้วยโมฮัมหมัด ฟาอิซ กามาลุดดิน (Mohammed Faiz Kamaluddin) นักบินวัย 34 ปีของมาเลเซีย แอร์ไลนส์, ฟาอิซ กาลิด (Faiz Khaleed) ทันตแพทย์ประจำกองทัพบกวัย 26 ปี และชีค มุสซาฟาร์ ชูกอร์ (Sheikh Muszaphar Shukor) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวัย 34 ปี

ฟาอิซ กาลิด เห็นด้วยว่าเชื้อชาติไม่สำคัญเท่ากับ คนที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอาจเป็นผมหรือไม่ใช่ผมก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว แต่เป็นเรื่องของมาเลเซีย เพราะฉะนั้น ถึงผมไม่ได้ไป ผมก็จะเชียร์ผู้ชนะ เพราะเท่ากับว่ามาเลเซียกำลังจะขึ้นสู่อวกาศ และเป็นนาทีแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

Comment

Comment:

Tweet


คนไทยจะมีโอกาศได้ขึ้นไปในอวกาศ

หรือปล่าวครับ
#7 by (202.29.39.1) At 2010-03-02 19:02,
#6 by (222.123.246.10) At 2007-10-04 13:45,
มุสหล่ออออมากกก
#5 by (58.8.175.28) At 2007-08-03 21:33,
อ่านแล้วก็น่าคิดว่า คนไทยถ้ามีความพยายามแล้วสำเร็จเช่นนี้บ้างก็คงดีไม่น้อย น่าจะผลักดันให้มุสลิมภาคใต้ทำแบบนี้บ้างนะ ภาคใต้จะได้สามัคคีกันซักที แต่ก่อนอื่นคงต้องปูพื้นฐานเรื่องความคิดคนก่อนล่ะมั้ง - -
#4 by ^ hotaru ^ At 2006-06-13 16:10,
กะลังเก็บตังค์อยู่ ได้ครบ8ร้อยล้านเมื่อไร ไปเที่ยวอวกาศเเน่นอน555
#3 by nuut At 2006-06-13 15:53,
เห็นด้วยกับที่ว่าเชื้อชาติไม่สำคัญ
ถ้าหากว่าทุกคนคิดอย่างนี้ได้ คงไม่มีสงครามเกิดขึ้นหรอก
#2 by ,, สายรุ้ง ,, At 2006-06-13 13:25,
เนื่อหายาวมากเลย
ชอบเรื่องเกี่ยวกับอวกาศหรอ

อิอิ ที่เข้ามาเม้น ติดใจ เพลง canon น่ะ ชอบเพลงนี้มาก ๆ เลย
#1 by pan (203.188.38.56) At 2006-06-13 12:15,

ร้อตติ้ง
View full profile