- อากาศทำหน้าที่ห่อหุ้มโลก ช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะที่สิ่งมีชีวิตจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ ถ้าไม่มีอากาศปกป้องแล้ว ในเวลากลางวันพื้นโลกจะมีอุณหภูมิสูง 110 องศาเซลเซียล...ตายแน่ และในเวลากลางคืนอุณหภูมิของโลกจะลดต่ำลงประมาณ -180 องศาเซลเซียล...หนาวแน่ ซึ่งสิ่งมีชีวิตไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้
- อากาศเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต อากาศมีอยู่ทั่วๆไปรอบตัวเรา บนพื้นดิน พื้นน้ำ บนภูเขา หรือกล่าวได้ว่า อากาศมีอยู่รอบโลก ตั้งแต่พื้นดินขึ้นไปจนถึงระดับสูงๆในท้องฟ้า เราเรียกอากาศที่อยู่รอบตัวเราและห่อหุ้มโลกเราอยู่นี้ว่า บรรยากาศ
| ส่วนประกอบของอากาศ | ปริมาณ(ร้อยละโดยปริมาตร) |
| ก๊าซไนโตรเจน | 78.08 |
| ก๊าซออกซิเจน | 20.95 |
| ก๊าซอาร์กอน | 0.93 |
| ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ | 0.03 |
| ก๊าซอื่นๆ | 0.01 |
อากาศแห้งคืออากาศที่ไม่มีไอน้ำนั่นเองซึ่งคงไม่มีจริงในสภาพธรรมชาติ
ตารางข้างล่างนี้บอกรายละเอียดได้มากกว่า ชอบแบบไหนเลือกเอา
ก๊าซ สัญลักษณ์ ร้อยละ%1. ไนโตรเจน N 78.0842. ออกซิเจน O 20.9463. อาร์กอน A 0.9344. คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 0.0335. นีออน Ne -6. ฮีเลียม He -7. คลิปตอน Kr -8. เซนอน Xe รวมกัน 0.0039. ไฮโดรเจน H -10. มีเทน CH4 -11. ไนตรัสออกไซด์ N2O -
| อากาศ |
อากาศเป็นสสาร มีมวลและต้องการที่อยู่และมีปริมาตร เราเรียก อัตราส่วนระหว่างมวลและปริมาตรของอากาศนั้นว่า
ความหนาแน่นของอากาศ
จากการศึกษาความหนาแน่นของอากาศ พบว่าอากาศโดยทั่วๆไป ที่ผิวโลก บริเวณระดับน้ำทะเลมีความหนาแน่นประมาณ 1.2 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นั่นคือ อากาศปริมาตร 1 ลูกบาศก์เมตรที่บริเวณระดับน้ำทะเล จะมีมวลประมาณ 1.2 กิโลกรัม
อากาศ
มนุษย์
อากาศ
ประโยชน์ของบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก มีดังนี้
1. ช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะที่สิ่งมีชีวิตจะดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยบรรยากาศมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกทั้งในเวลากลางวัน
และกลางคืนดังตาราง
แสดงผลของบรรยากาศที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก
เวลา | การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก | |
มีบรรยากาศห่อหุ้มโลก | ไม่มีบรรยากาศห่อหุ้มโลก | |
กลางวัน | ความร้อนจากดวงอาทิตย์จะถูกอากาศที่ห่อหุ้ม | อุณหภูมิบนพื้นโลกจะสูงขึ้น |
กลางคืน | อากาศจะช่วยให้โลกเย็นตัวลงอย่างช้าๆ | อุณหภูมิบนพื้นโลกจะต่ำมากจนถึง |
2. ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางลมฟ้าอากาศ เช่น เมฆ หมอก ฝน ลม พายุ และหิมะ
3. ช่วยป้องกันภัยอันตรายจากรังสีและอนุภาคต่างๆมาจากนอกโลกได้ เช่น ดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลต ( รังสีเหนือม่วง )
4. ช่วยทำให้วัตถุนอกโลก เช่น อุกกาบาตเสียดสีกับอากาศแล้วลุกไหม้จนหมดไป หรือมีขนาดเล็กลงเมื่อตกถึงผิวโลก
ก๊าซ
แนะนำก๊าซ 2 ฃนิดในบรรยากาศ โอโซน(ozone)เป็นก๊าซที่สำคัญมากต่อมนุษย์ เพราะช่วยดูดกลืนรังสีอุลตราไวโอเลต ที่มาจากดวงอาทิตย์ ไม่ให้ตกสู่พื้นโลกมากเกินไป ถ้าไม่มีโอโซนก็จะทำให้รังสีอุลตราไวโอเลตเข้ามาสู่พื้นโลกมากเกินไป ทำให้ผิวหนังไหม้เกรียม แต่ถ้าโอโซนมีมากเกินไปก็จะทำให้รังสีอุลตราไวโอเลต มาสู่พื้นโลกน้อยเกินไปทำให้มนุษย์ขาดวิตามิน D ได้ โดยโอโซนนี้เป็นก๊าซที่ประกอบด้วย ออกซิเจน 3 อะตอมรวมกัน ปัจจบันมีการตรวจพบร่อยโหว่ของโอโซน ในชั้นบรรยากาศขนาดใหญ่แถวขั้วโลกแล้ว ซีเอฟซี (CFC=Chlorofluorocarbon)เป็นก๊าซที่ประกอบด้วย คาร์บอน ฟลูออรีน คลอรีน ซึ่งได้นำมาใช้ในอุตสาหกรรมบางชนิด เช่น ผลิตพลาสติก โฟม ฯ โดยก๊าซCFCนี้มีนำหนักเบามาก ดังนั้น เมื่อปล่อยสู่บรรยากาศมากขึ้นจนกระทั่งถึงชั้นสตราโตสเฟียร์ CFCจะกระทบกับรังสีอุลตราไวโอเลตแล้วแตกตัวออกทันที เกิดอะตอมของคลอรีนอิสระที่จะเข้าทำปฏิกริยากับโอโซน ได้สารประกอบมอนอกไซด์ของคลอรีน และก๊าซออกซิเจน จากนั้น สารประกอบมอนอกไซด์จะรวมตัว กับอะตอนออกซิเจนอิสระ เพื่อที่จะสร้างออกซิเจนและอะตอมของคลอรีน ปฏิกริยานี้จะเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด โดยคลอรียอิสระ 1 อะตอมจะทำลายโอโซน ไปจากชั้นบรรยากาศได้ถึง 100,000โมเลกุล คิดคูว่าหายนะขนาดไหน................... |
จาก http://dlearn.swu.ac.th แหล่งเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย